The answer
posted on 12 Jun 2009 10:09 by deng1312 in TheStory
"เป็นไงบ้าง" เสียงเพื่อนสาวของผมกล่าวทักทายดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อเธอเดินทางมาถึงโต๊ะที่เราจองไว้ ผมมาถึงก่อนเธอประมาณสักห้านาทีได้ เพราะจากสถานที่ที่เธอมา ช่างไกลจากที่นี่ยิ่งนัก ประกอบกับบรรยากาศห่าฝนด้านนอกร้าน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอันใดที่ผมจะมาถึงก่อนเธอ ผมยังไม่ได้สั่งอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากน้ำเปล่า น้ำเปล่าในแก้วทรงสูง สดใส ดูราคาแพงรับเข้ากับการตกแต่งหรูหราภายในร้าน ทั้งร้านมีโต๊ะประมาณ ยี่สิบตัว ทุกโต๊ะมีดอกกุหลาบดอกโต สีแดงสด ประดับไว้กลางโต๊ะ ผู้คนในร้านนั่งกันแต่ละโต๊ะ จนเกือบเต็ม ทุกโต๊ะดูมีความสุข ในการรับประทานอาหารเป็นอย่างมาก มีความสุขในการสนทนากัน ดูร่าเริง โดยเฉพาะโต๊ะทางด้านซ้ายของผม ชายหนุ่มรูปงามนั่งคุกเข่า ในมือกุมช่อดอกไม้ช่อใหญ่ สวยงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ต่อหน้าหญิงสาวผู้เล่อโฉม ราวกับฉากขอแต่งงานในหนัง ที่นิยมทำกัน คงจะมีแต่ผม ผมคนเดียวที่เหงา เศร้า อยู่เพียงผู้เดียว จนกระทั่งเธอเดินเข้ามา
"มานานหรือยัง ขอโทษที่มาช้า" เธอกล่าวอย่างต่อเนื่อง ขอโทษขอโพยผม เป็นการใหญ่ ผมเพียงยิ้มรับเธอเท่านั้น "สั่งอะไรหรือยัง" เธอถามต่อ ผมสั่นหัวเชื่องช้า ยิ้มรับเช่นเดิม ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากปากผม เหมือนผมกลั่นกรอง นำเอาความคิดต่างๆ ความรู้สึกในร่างกาย ออกมาเป็นคำไม่ได้ ไม่ว่าคำไหน ประโยคไหน ก็ดูไม่เหมาะสม ไปเสียหมด เธอสั่งอาหารของเธอสองอย่าง ส่วนผมไม่มีความรู้สึกอยากอาหารสักนิด ผมสั่งไวน์ราคาที่ถูก ถูกทีสุดที่ร้านหรูจะมีได้ หนึ่งขวด ตามจากอาหารที่เธอสั่ง ณ ตอนนี้ผมไม่ต้องสิ่งใด ผมต้องการเพียงไวน์หนึ่งขวด กับเธอ เท่านั้น
หลังมื้ออาหารอันเงียบเชียบของเรา ความจริงน่าจะกล่าวว่ามื้ออาหารของเธอมากกว่า เพราะผมมิได้สัมผัสอาหารแม้แต่น้อย เธอจัดการอาหารของเธอ ผมจัดการไวน์ของผม ค่อยๆกลั่วไวน์ในปาก ดื่มด่ำลงคอราวกับเซียนไวน์ขนานแท้ทำกัน ที่ผิดแพกไปสักนิดคือผมไม่รู้สึกใดๆเลย กับไวน์นั้น เธอเริ่มบทสนทนาต่อ บทสนทนาดาษดื่นสามัญ เรื่องสุขภาพ เรื่องดินฟ้าอากาศ เรื่องเพื่อนเก่า พ่อแม่ ความจริงผมควรจะเป็นฝ่ายที่เริ่มสนทนามากกว่านี้ ผมเป็นฝ่ายที่ชวนเธอมา ผมมีเรื่องมากมายในหัว ที่อยากเล่าให้เธอฟัง แต่ ณ ตอนนี้ผมยังคงเริ่มต้นคำพูดไม่ได้สักที
จนกระทั้งเรื่องสามัญหมดลง หรือผมกลั่นคำพูดได้แล้ว ไม่แน่ใจนัก "เค้าบอกเลิกกับฉันแล้วว่ะ แก" ประโยคแรกออกจากปากผม แล้วความเงียบก็เข้าปกคลุมบริเวณ เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ไม่มีคำพูดจากเธอ เธอนั่งนิ่งรอคอยให้ผมเริ่มประโยคต่อไป
"รักมันเป็นยังไงว่ะ แก" เธอนิ่งฟัง ไม่มีคำพูด แล้วจุดบุหรี่ขึ้นหนึ่งมวนส่งให้ผม และอีกมวนสำหรับเธอเอง
"ไม่เข้าว่ะแก อะไรว่ะ ก่อนหน้านี้เค้ายังบอกรักฉันอยู่เลย"
"มาวันนี้เค้าหมดรักฉัน ความรักมันเหมือนสิ่งของหรือว่ะ ความรักมันใช้แล้วหมดได้หรือว่ะ ถ้ามันหมด เราเติมได้มั้ยว่ะ ซื้อที่ไหนล่ะ ฉันจะได้ไปซื้อมาเติม ซื้อไปให้เค้า เค้าจะได้ไม่หมดรักฉัน แกบอกฉันหน่อย"
เธอยังคงนิ่ง รับฟังเช่นเดิม ไม่มีถ้อยคำตอบรับ ไม่มีถ้อยคำปลอบโยน เห็นใจ สงสาร หรือใดๆ ที่ดูเหมือนควรจะมี มีเพียงรอยยิ้ม ยิ้มทุกครั้งสบตาเธอ
"ฉันไม่เหลือใครแล้วว่ะ ขาดเค้าไป ฉันไม่รู้จะอยู่ยังไงว่ะ"
"มองไปทางไหนก็เห็นแต่เค้า หลับตาก็โผล่มาในสมอง โผล่เข้ามาใจตลอดเวลา"
ผมยังคงพร่ำบ่นคำพูดมากมายออกมาไม่หยุด ราวกับผมเป็นเครื่องกระจายเสียงภายในงานวัด ที่ส่งเสียงตลอดเวลา ส่งเสียงเรื่อยเปื่อยโดยไม่สนว่ามีผู้ใดสนใจฟังอยู่หรือไม่ ต่างกันตรงที่ การกระจายเสียงของผม มีเธอเป็นผู้รับฟังเพียงคนเดียว เธอรับฟังอย่างตั้งใจ เธอยังคอยรินไวน์ จุดบุหรี่ส่งให้ผม โดยที่ไม่ลืมของตัวเองเสมอ ความรู้สึกเหงา ว้าเหว่ของผมค่อยๆลดตัวลง พร้อมกับปริมาณไวน์ที่ลดลง
ไวน์หมดขวดไปแล้ว ความเหงาก็หมดไปเช่นกัน เธอส่งยิ้มให้ผมเมื่อเห็นว่าผมคงจะดีขึ้นแล้ว เรียกพนักงานเพื่อจัดการกับค่าอาหารในวันนี้
"แกรู้มั้ย ทำไมฉันถึงมา" เธอกล่าวขึ้นขณะที่เรากำลังเดินออกนอกร้าน ผมยิ้มรับแต่ไม่ได้ตอบอะไร ยกมือขึ้นเรียกแท็กซี่ และขึ้นรถไปส่งเธอที่บ้าน
.
.
.
.
.
.
"เพราะฉัน รัก แก"


ว่าแต่เธอรักเค้าแบบเพื่อนหรือแบบแฟนคะ
แวะมารดน้ำ
#1 By C-C on 2009-06-12 11:40