เพล๊ง!!!!!! เสียงดังสนั่นลั่นบ้าน
เธอกวาดข้าวของทุกอย่างบนโต๊ะอาหารกลางบ้านของเราลงพื้นอย่างไร้เยื่อใย ทั้งจาน ชาม ช้อน ทุกอย่างรวมทั้งอาหารเย็น ที่ผมเพิ่งทำเสร็จออกมาใหม่ๆ กระจัดกระจายเต็มพื้นเบื้องล่าง เลอะเทอะหมดสิ้น
"นี่คุณไม่รู้เรื่องอะไรเลย หรือแกล้งโง่กันแน่"
"ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ไม่มีทางเหมือน"
ผมในสภาพ ณ ตอนนี้ มึนงง สับสน ไม่รู้เรื่องจริงๆ หรือผมโง่จริงๆอย่างที่เธอว่า แต่จะอย่างไรก็ตามผมไม่รู้เรื่องจริงๆ เหตุการ์ณทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีวี่แววใดใดเป็นลางบอกเหตุ เราไม่ได้ทะเลาะกันก่อนเรื่องนี้ วันนี้ก็เป็นวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดของเราเพราะฉะนั้นก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องความเครียดจากงานที่ทำ ผมยกมือขึ้นเพื่อดูนาฬิกา นาฬิกาบอกวันที่ และก็จริงช่วงนี้หาใช่ช่วงนั้นของเธอไม่ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น เกิดจากอะไร เรื่องอะไรกันแน่ที่ทำให้เธอฉุนเฉียวได้ขนาดนี้ ผมไม่ทราบ ผมคงจะโง่จริงๆ
ความจริงเรื่องราวครอบครัวของผม ก็หาใช่จะสมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง เราทะเลาะกันบ้างเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ทุกครั้งที่เกิดเรื่อง ไม่ผมก็เธอ จะมีสาเหตุ มีอะไรบางอย่างบ่งบอกซึ่งกันและกัน บางครั้งทะเลาะกันเพราะความเครียดจากงานประจำ บางครั้งทะเลาะกันด้วยเรื่องของครอบครัวของเรา เรื่องของพ่อเรา แม่เรา พี่น้องเรา โดยเฉพาเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งสุด เป็นประจำแทบทุกเดือน คือเรื่องช่วงนั้นของเธอ ผมเข้าใจเธอในช่วงนั้นเป็นอย่างดี ทุกครั้งผมจะคอยนั่งข้างเธอ รับฟังสิ่งที่พร่ำบ่น สุดท้ายเรื่องก็จบลงที่ความเข้าใจในทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ ไม่เป็นเช่นนั้น
ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกคราวที่ผ่านมา ผมไม่สามารถจินตาการเรื่องราวได้ แต่ที่รู้แน่ชัดคือมันไม่ใช่เรื่องสามัญดาษดื่นอย่างที่เคยเกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องงานแน่ ไม่ใช่ช่วงนั้นของเธอแน่ เพราะผมจดจำช่วงเวลานั้นได้เป็นอย่างดี แต่จะด้วยเรื่องอะไรที่ผมยังไม่ทราบ ผมเดินกลับเข้าห้องครัวอีกครั้ง ปลดชุดผ้ากันเปื้อนออก เปิดก๊อกจากอ่างล้างจานวักน้ำล้างหน้า ล้างมือ ล้างแขน เพื่อความสะอาดสักนิด เดินย้อนกลับมาทางโต๊ะอาหาร เดินผ่านเธอไป หยิบกระเป๋าเงิน บุหรี่ ซิปโป้ สวมรองเท้าผ้าใบคู่เก่ง ก้าวเท้าออกจากบ้านไป
ผมเดินออกมาท่ามกลางผู้คนมากมาย รถราวิ่งขวักไขว่ ในย่านเยาวราช เสียงผู้คนเอะอะ วุ่นวาย แต่ผมไม่ได้ยิน ไม่เห็นสิ่งใดอีกแล้ว ภาพเบื้องหน้าปรากฏเพียงภาพของเธอกำลังกวาดข้าวของลงจากโต๊ะ ภาพจานชามแตกหัก เศษอาหารกระจายเต็มพื้น เสียงในหัวมีเพียงเสียงเดียวดังก้องตลอดเวลา "มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว"
มันแปลว่าอะไร เธอหมายความว่าอะไร อะไรคือไม่เหมือนเดิม และอะไรที่เหมือนเดิม ผมยังคงสับสน วุ่นวายอยู่ภายในใจตลอดเวลา ไม่มีทางเข้าใจ ผมยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย ผ่านย่านอาหารหน้าตลาดน้อย ผ่านร้านทอง ผ่านป้ายไฟที่แต่งแต้มสีสันให้ท้องฟ้ามืดมิดของค่ำคืนนี้ ผมเดินผ่านเข้าตรอกนั้นออกซอยนี้อย่างเรื่อยเปื่อย จนถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยา แถวสะพานพุธ ภาพเธอปรากฏขึ้นอีกครั้งในหัว ภาพเราสองคนเดินเล่น จับจ่ายของใช้มือสอง ภาพเราสองนั่งพิงกันริมน้ำ สูบบุหรี่กัน ภาพความสุขในครั้งเก่าก่อนไหลย้อนกลับมายังหัวมากมาย จนผมรับไม่ไหว ไม่สามารถสดับรับฟังมันอีกแล้ว ผมสบัดหัวอย่างแรง คาดหมายจะสลัดละทิ้งเรื่องเหล่านี้ออกไป พรางล้วงบุหรี่ในกระเป๋า เสียบเข้ามุมปาก จุดบุหรี่ด้วยซิปโป้ อัดควันเข้าปอดเต็มแรง แล้วปล่อยควันขึ้นฟ้า จ้องมองเงาทะมึนของควันบุหรี่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ อย่างน้อยก็ทำให้ผมลืมได้ชั่วขณะหนึ่ง
จุดสุดท้ายที่ผมเดินมาถึงก็ยังไม่พ้นกระแสผู้คนอยู่ดี ผมหยุดอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายเช่นเดิมกลางถนนข้าวสาร หยุดมองแสงไฟสว่างไสว พลันรู้สึกถึงความว่างเปล่าในท้อง ใช่! ผมยังไม่กินอาหารเย็นเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ทุกอย่างจัดเตรียมไว้พร้อมสำหรับมื้อเย็นของเราแล้ว หากแต่เธอจะไม่ทำลายมันลง ผมคงอิ่มท้องและไม่ต้องออกมาเดินอยู่เยี่ยงนี้ ผมตัดสินใจที่จะหาอะไรสักอย่างลงท้องเสียหน่อย ผมเลือกร้านที่มีแขกอื่นน้อยที่สุด เพราะผมไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะพบเห็นผู้ใดอีกแล้ว
ผมเดินเข้าร้านหนึ่งในย่านนั้น เป็นร้านเงียบสงบเล็กๆร้านหนึ่ง ทันที่ที่ก้าวเท้าเข้าร้าน เด็กเสริฟพุ่งตรงเข้าหาผม ส่งยื่นเมนูให้ ผมใช้เวลาอยู่นานโขในการอ่านเมนูราวกับกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ยามเช้า แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเลือกได้ ผมจึงสั่งเบียร์ช้างหนึ่งขวดกับเด็กเสริฟคนนั้นไป หลังจากเด็กเสริฟเดินจากไป ผมจุดบุหรี่ขึ้นอีกมวน นั่งพิงพนัก ปล่อยตัวผ่อนคลาย ระบายความเหนื่อยล้าจากการเดินอย่างไร้จุดหมายถึงสองชั่วโมงเต็ม
ภายในร้าน หากไม่นับรวมผม ก็เห็นมีเพียงเด็กเสริฟสองสามคน กับเด็กผู้หญิงอีกคนนั่งอยู่ในร้าน หญิงสาวหน้าใส ผมดำมันเงางามยาวถึงกลางหลัง ในชุดกระโปรงสั้นแค่คืบ เสื้อสายเดี่ยวสีขาวสะอาดสะอ้าน ทรวดทรงได้รูปพอเหมาะกับความสูงของเธอ ผมมองดูเธออยู่เพียงครู่ เด็กเสริฟก็ยกเบียร์มาเสริฟให้ผม ผมรับเบียร์มาเทใส่แก้ว เมื่อเด็กเสริฟเดินจากไปอีกครั้ง ผมกระดกเบียร์ในแก้วรวดเดียวลงท้องหมดแก้ว ก่อนจะเลือบเห็นเธออีกครั้ง แต่เธอไม่อยู่ที่เดิมอีกแล้ว เธอกำลังเดินมาหาผม
"พี่ค่ะ ยืมไฟจุดบุหรี่หน่อยค่ะ"
เธอเดินมาผมจริงๆ ผมส่งซิปโป้ให้เธอ เธอรับไว้ แล้วจุดไฟวาบต่อบุหรี่ที่คาบรอไว้อยู่ในปากของเธอ เธอยัดควันเข้าปอด ยิ้มและส่งไฟคืนแก่ผม ปล่อยควันออกทางจมูก แต่ยังไม่จากไปไหน เธอยังยืนอยู่ข้างผม ผมยิ้มรับเธอ แล้วหันมาเทเบียร์ที่เหลือในขวดลงแก้วจนหมด พร้อมยกมือบอกเด็กเสริฟให้เพิ่มเบียร์อีกขวด
เธอกล่าวทักทายอีกครั้งและขอที่จะนั่งด้วย นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับผม ผมซึ่งไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะพูดอะไรกับใคร แต่ก่อนที่ผมกำลังจะกล่าวปฏิเสธ เธอก็นั่งลงที่เก้าอี้ข้างตัวผมเสียแล้ว ผมจึงไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อ ในใจผมยังคิดถึงเธอที่บ้านมากกว่า คิดถึงเรื่องราวบนโต๊ะอาหารมากกว่า แล้วยกเบียร์ขึ้นดื่มอีกครั้ง
เธอนั่งอยู่ข้างผมเนินนานไม่พูดจาใดๆสักคำ เธอเพียงนั่งเพื่อสูบบุหรี่ จนบุหรี่หมดมวน เธอจึงเริ่มพูดกับผม เธอถาม ผมตอบ บทสนทนาเงียบเชียบ หากเธอไม่ถามมา ผมก็ไม่ตอบ ไม่พูดอะไร ไม่ชวนเธอคุย เพราะผมไม่อยู่ในอารมณ์แบบนั้น แต่ในส่วนลึกๆแล้ว ผมก็รู้สึกดีที่มีเธอนั่งอยู่เคียงข้าง อย่างน้อยวันนี้ คืนนี้ สำหรับค่ำคืนที่ย่ำแย่
จนประสิทธิภาพการทำงานของสมองเริ่มแย่ลง อาการมึนเมาจากเบียร์ขวดนับไม่ถ้วน ณ ตอนนี้ผมไม่เหลือเรื่องเมื่อเย็นอีกแล้ว เหลือเพียงเรื่องของผมกับเธอที่นั่งอยู่ข้างกาย ผมไม่สนใจห่ะอะไรอีกแล้วเรื่องของเธอที่บ้าน ในเมื่อเธอว่าไม่มีอะไรเหมือนเดิม ทำไมผมต้องเหมือนเดิม และที่สำคัญเหมือนเดิมมันคืออะไร ผมกับเธอ เราจะจบกันตรงนี้ จบลงที่คืนนี้ พรุ่งนี้ผมจะไม่ต้องทะเลาะกับเธออีกแล้ว ไม่ต้องคอยระวังตัวในช่วงนั้นของเธอ ไม่ต้องคอยรับฟังเรื่องเครียดงี่เง่าจากงานของเธอ ผมหันความสนใจมาที่เธอที่นั่งข้างกาย เราสองคนกำลังดี จุดบุหรี่ส่งให้กัน ยิ้ม หัวเราะ ด้วยกัน
ราตรีนี้ของผม กำลังจะจบลง เราสองคนตัดสินใจออกจากร้านนั้นในเวลาเที่ยงคืนพอดี ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทแล้ว ผู้คนที่ขวักไขว่เริ่มบางตา ไฟสว่างจากป้ายบางป้ายดับลงไปแล้ว เราสองคนจบลงกันที่โรงแรงม่านรูดแห่งนึงในระแวกนี้
ภายในห้องเล็กๆในม่านรูด มีเตียงขนาดหกฟุตตั้งอยู่กลางห้อง มีห้องน้ำในตัวห้อง กระจก โต๊ะเครื่องแป้ง บรรยายเปิดแอร์เย็นช่ำ ผมนอนรอที่เธอเตียง ขณะที่เธอขอตัวไปอาบน้ำเสียก่อน ผมจุดบุหรี่อีกมวน ยกโทรศัพท์ที่ใช้ภายในบนโต๊ะเล็กข้างเตียง โทรไปสั่งเบียร์หนึ่งขวด รอคอยการออกมาของเธอ
บริกรยกเบียร์มาส่งให้ที่ห้อง ภายในเวลาไม่ถึงสามนาที ผมรับไว้และทิปให้ไปหนึ่งร้อยบาท กลับมานั่งที่เตียงอีกครั้ง เทเบียร์ลงแก้ว ยกขึ้นจิบ ยังคงรอคอยเธออยู่ สักพักเธอออกมาจากห้องน้ำ ภาพเธอเนื้อตัวเปียกปอน มีเครื่องนุ่งห่มเพียงชิ้นเดียวคือผ้าเช็ดตัวพื้นน้อย พันรัดอยู่รอบอก เปิดเผยเนินอกขาวนวลอวบอิ่ม ผมดำยาวกลางหลังถูกรวบมัดตึง ในยามนี้ใบหน้าเธอยิ่งดูสวยใสขึ้นอีกมากมายนักเมื่อเทียบกับภาพเธอที่เห็นในสถานที่มืดสลั่วอย่างร้านนั้น ไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้นอีกแล้ว เธอปลดผ้าเช็ดตัวพื้นน้อยออก เดินตรงมาที่เตียงที่ผมนอนอยู่ บรรจงก้มโน้มตัวลงจูบผมที่ปาก ริมฝีปากอ่อนๆนิ่มนวลของเธอ เนินอกกดทับลงบนตัวผม สัมผัสแผ่วเบา มือลากไล้ไปทั่วทุกอนูบนร่างกายผม เธอทำให้ผมอารมณ์พุ่งทยานขึ้นสูงสุด หากแต่มันเรื่องทางจิตเท่านั้น สมองสั่งการสูงสุด แต่ร่างกายไม่ตอบสนองความต้องการนั้นเลยแม้แต่น้อย ก้อนเนื้อเบื้องล่างที่ควรจะตอบสนองกลับไม่ทำงานไปเสียเฉยๆ อาจเป็นเพราะความเมามายนี้ก็ได้
ผมขอตัวขอห้องน้ำ หมายที่จะอาบน้ำเพิ่มความสดใสให้ร่างกายเสียหน่อย ปล่อยให้เธอนอนคอยบนเตียงจิบเบียร์ สูบบุหรี่ ผมเปิดฝักบัว ปรับระดับความร้อนให้ลดลงจนให้น้ำเย็นสุดเท่าที่มันจะเย็นได้ ปลดเปรื้องเสื้อผ้า กองไว้ในที่แห้ง เคลื่อนตัวให้น้ำไหลผ่านตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ครุ่นคิด จินตนาการถึงเธอที่รอคอยผมอยู่ด้านนอกห้องน้ำนี่เอง ตัวผมสดใสขึ้นจริงตามที่คาดหมาย ไม่มีความมึนเมาหลงเหลืออยู่ สมองสั่งการได้เต็มที่ ร่างกายตอบสนองทุกอนู ก้อนเนื้อเบื่องล่างแข็งขัน ตื่นตัวเต็มที่ ปิดฝักบัวแล้วออกจากห้องน้ำไปหาเธออีกครั้ง
เราเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง คราวนี้เป็นผมบ้างที่เริ่มต้นปฏิบัติการนี้ โอบร่างเปลื่อยเปล่าของเธอเข้าอ้อมกอด บรรจงจูบเผ่าเบาที่ใบหู ลากเลื้อยลิ้นลงตามต้นคอ จูบเธออีกครั้งที่ริมฝีปาก สัมผัสนิ่มนวลเช่นเดิม มือไม้ลากไล้ไปทั่วเรือนร่าง เต้าถันเต่งตึง เอวขอดกิ่ว บั่นท้ายกลมกลึง และจุดสุดท้ายของเธอ เนินเนื้ออวบอิ่ม เปียกเยิ้มรอคอยการประสานร่างกายเข้าด้วยกัน ส่วนเพิ่มของผมทำงานเต็มที่ ผมจับขาเธอแยกออกจากกันเพียงคืบ เสือกร่างกายของผมเข้าไป แต่แล้วผมก็ทำไม่ได้อีกครั้ง
ภาพเบื้องหน้าผม ณ ตอนนี้หาใช่เธอไม่ นี่ไม่ใช่ร่างของเด็กสาวที่สวยงามเมื่อสักครู่ ภาพที่เห็นมีเพียงเรื่องราวเมื่อเย็นกลับมาอีกครั้ง ภาพไหลย้อนกลับไปที่เธอผู้รอคอยผมอยู่ที่บ้าน ผมกำลังทำอะไรกันแน่ เสียงเดิมดังก้องกลับมาอีกครั้ง "มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว" ผมยังคงไม่เข้าใจอยู่เช่นเดิม ว่าอะไรที่ไม่เหมือนเดิม ผมลุกขึ้นจากเตียงปล่อยเธอนอนระทวยค้างเติงอยู่อย่างนั้น เดินเข้าห้องน้ำสวมเสื้อผ้า พร้อมหยับเงินบ้างส่วนวางไว้ในห้องน้ำ แล้วก้าวเท้าออกจากโรงแรงมา
ผมจับแท๊กซี่กลับบ้าน อย่างเร่งรีบ ต้องการกลับบ้านให้เร็วที่สุด ขณะนี้ ผมไม่สนใจแล้ว ผมม่จำเป็นต้องเข้าใจก็ได้ว่าอะไรที่ไม่เหมือนเดิม ผมไม่มีแครงใจอีกแล้ว เมื่อถึงบ้าน เธอยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ร้องไห้หน้าฟุบอยู่กับโต๊ะ ผมเดินเข้าหาเธอ สวมกอดเธอจากด้านหลัง
"ผมรักคุณ เหมือนเดิมนะ ที่รัก"




เอ๊ยไม่ใช่
อ่านแล้วอิโรๆกุ๊กกิ๊ก ฮิฮิ
#1 By b-padung Studio on 2009-07-18 13:59