ออกหาเรื่อง : เขา กับ ผม
1 เรื่องของผม
...................................................................................
ผมในสมัยก่อน ตอนเด็กๆ ผมเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ ผอมๆ แห้งๆ วิ่งเล่นไปมาแถวบ้าน ขาดไร้สามารถที่เรียกว่าพิเศษ เป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ชอบอาบน้ำ เป็นเด็กโง่ๆคนหนึ่ง อันนี้ผมยอมรับ ผมเรียนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ต่ำเกือบสุด ยังโชคดีอยู่นิดหน่อยที่เผอิญมีความสามารถในเชิงวิชาคำนวณอยู่บ้าง เนื่องจากที่บ้านเป็นกิจการค้าขาย ค้าขายเครื่องครัว และวิชาคำนวณจึงเป็นวิชาที่ทำให้ผมไม่อยู่ในเกณฑ์ต่ำที่สุด ส่วนวิชาอื่นๆ ต้องยอมรับเลยว่า โง่
ตอนนั้นผมไม่ชอบการอ่านหนังสือ การอ่านหนังสือเตรียมตัวไปเรียนไม่เคยมี และไม่เคยคิดจะทำ จะมีบ้างที่อ่านก็คงเป็นตอนสอบเสียอย่างเดียวเพราะยังผมก็มีภาระที่ต้องเรียนให้จบ ในความคิดของผมเอง ผมว่าการอ่านหนังสือช่างเป็นกิจกรรมที่สร้างทุกข์มากมายเหลือรับ เป็นอะไรที่ยาก ยากยิ่งกว่าการใช้เท้าคีบบุหรี่เข้าปากแล้วจุดด้วยเท้าอีกข้าง ทุกครั้งที่เริ่มอ่านหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หนังสือ(บังคับ)อ่านนอกเวลา ผมจะง่วงงุน ตาพร่า สมองเลอะเลือน ตัวหนังสือบิดเบียว อ่านไม่ออก จะอ่านได้ก็แต่หนังสือการ์ตูนเท่านั้น ผมถึงไม่เคยทำมันเลยในตอนนั้น แต่ยังไงก็ต้องทำ และต้องทำ จึงทำด้วยความไม่เต็มใจ เพื่อให้ผ่านพ้นการศึกษา สุดท้ายผมก็เรียนจนจบ ได้รับปริญญากับเขาเหมือนกัน (ผมจะข้ามขั้นเร็วไปมั้ยเนี่ย แต่ช่างเถอะ มันไม่มีความน่าสนใจอะไรหรอก เชื่อผม) เมื่อเรียนจบ ผมทำงาน และมาเปิดร้านขายยานี่แหละ ด้วยความที่ที่ร้านมันว่างมาก ห้วงเวลาว่างเปล่าเกิดขึ้นเสมอ ผมเผาผลาญเวลาว่างเปล่าด้วยทีวี วิทยุ จนไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ในช่วงนั้น ผมดันไปสดุดกับอะไรสักอย่าง เหมือนสิ่งนั้นเกิดขึ้นมาเพื่อเปลี่ยน ช่วย ผมให้มีอะไรมากขึ้น
"โตเกียว ไม่มีขา" หนังสือชื่อประหลาดของนิ้วกลม คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวใหม่(ผมจำไม่ได้แล้วว่า คิดยังไงถึงคว้ามันมา) ผมอ่านมัน อ่าน อ่าน และอ่าน โดยที่ไม่ง่วง ตายังพร่ายังลายอยู่ แต่ลายเพราะอ่านเยอะ ไม่ใช่เพราะอ่านไม่ออก ตัวหนังสือลอยเด่นชัดเจน หลังจากหนังสือเล่มนั้น ผมจึงหันไปผลาญเวลาว่างเปล่า ด้วยการอ่านหนังสือ อ่านมากขึ้น มากขึ้น จนเข้าขั้นเสพ เสพแล้วติด ติดแล้วเลิกไม่ได้ การอ่านหนังสือที่ว่าเป็นเรื่องยากสุดแสนของผม จึงจบลง กลายเป็นเรื่องง่ายๆ ผมเสพหนังสือได้ทั้งวัน ไม่รู้เบื่อ
ต่อมา เมื่อผมอ่านมากขึ้น ผมมีความคิดว่า อยากจะเขียนอยู่บ้างเหมือนกัน ผมเลยเห็นอะไรอีกอย่างที่กลายเป็นปัญหาและเป็นเรื่องยากอีกเรื่องหนึ่ง การเขียนเป็นอะไรที่กระทำได้ยากมาก ยากกว่าการอ่านหนังสืออีก ไม่ใช่สิ!! การเขียนไม่ยากขนาดนั้น ผมอ่านออก เขียนได้ตั้งแต่เด็กๆแล้ว ไม่ใช่เขียนยาก แต่เขียนให้เป็น 'งานเขียน' นี่สิที่ยาก และยากมากกว่าการอ่านหนังสือ เขียนยังไงให้เรื่องที่เขียนเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่างานเขียน เขียนยังไงให้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เขียนยังไงให้สื่อได้ทุกอารมณ์และเขียนยังไงให้คน(ที่บังเอิญ)อ่านสนใจ ติดตามและเข้าใจในอารมณ์ของผม
ผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เรื่องนี้จะง่ายขึ้นบ้างเหมือนการอ่าน ผมเริ่มเขียนอะไรหลายๆอย่าง สั้นบ้าง ยาวบ้าง (คิดไปเองว่า)เขียนดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องเขียนให้เป็นงานหรอก ผมเพียงแค่อยากเขียน อยากสื่อความหมาย อารมณ์ในอีกรูปแบบหนึ่ง สักวันมันอาจจะง่ายขึ้น ผมคิดว่านะ
พูดถึงเรื่องยากๆ ผมนึกได้อีกเรื่องหนึ่งที่ยากไม่แพ้กัน 'เรื่องเที่ยว'
ผมเคยมีความฝัน เมื่อตอนตัวยังน้อยว่า ผมอยากไปให้ครบทุกจังหวัด ในประเทศไทย
ความฝันนั้นยังไม่จบ
สำหรับผม ผมรู้สึกมานานแล้วล่ะว่า การจะไปเที่ยวสักที และ สักที่่ เป็นเรื่องยาก วุ่นวาย โกลาหล เพื่อที่จะเที่ยวให้สมใจ ตอนเด็กๆ เวลาจะไปเที่ยวที่ไหนสักที่ พวกเราจะวุ่นวายมากๆ เพราะผมมีครอบครัวใหญ่ ลุง ป้า น้า อา เต็มไปหมด ไหนจะอากง อาม่า อีก และอีกอย่างครอบครัวผมก็ไม่ได้มีฐานะอะไรมากมาย เรื่องเวลาเพียงแค่เตรียมตัวไปก็วุ่นวายแล้ว (แต่ผมไม่วุ่นกับเขาหรอก ผมเด็กไงครับ เที่ยวอย่างเดียว) แค่หันไปคิดถึงก็เหนื่อยแล้วครับ
ข้ามมาช่วงเรียนหนังสือเลย ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย การท่องเที่ยวของเริ่มง่ายขึ้น แต่ขึ้นเพียงนิดหน่อย ไปไหนมาไหนเพียงคนเดียวได้ ออกไปกับฝูงเพื่อนได้ แต่ก็ยังมีปัญหามากมายเหลืออยู่เหมือนเดิม คือผมไม่มีเงิน เงินที่มีไม่เพียงพอสำหรับการเที่ยวให้เต็มใจ หรือ เที่ยวเต็มใจมีความต้องการมากกว่าเงินที่มี เรื่องนี้ก็ยังไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่พอแล้วกัน และไม่พอก็เป็นปัญหาใหญ่อีกอัน
มาตอนนี้ เรียนจบทำงานแล้ว ปัญหาเรื่องเงินดูเหมือนจะจบลง เรื่องเที่ยวน่าจะกลายเป็นเรื่องง่ายๆเสียที ความฝัน 76 จังหวัด จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น ปัญหาที่เคยไม่มีเงินจบไป แต่ปัญหาเรื่องอื่นเข้ามาแทนที่ ทำให้เรื่องเที่ยวเป็นเรื่องยากอีกครั้ง เวลาที่จะไปเที่ยวสักที บางทีผมก็ไม่มีเวลา ไม่ไม่ เวลามีเท่าเดิม แต่ต้องทำงาน มีช่วงหนึ่ง ผมต้องเดินทางไปเที่ยวตามวันว่างๆ วันหยุดยาวๆ วันเทศกาลอะไรประมาณนั้น ซึ่งไปเที่ยวมันก็ไม่เต็มอิ่ม คนเยอะขั้นมหาศาล ช่วงทำงานบริษัท บางครั้งไม่เที่ยววันหยุด แล้วลากิจ ลาป่วย ลาโง่ แล้วไปเที่ยว ก็ทำได้ไม่บ่อย จะถูกไล่ออกเอาได้
แต่เท่าที่ผ่านมา เรื่องยากๆ หลายเรื่องเป็นแค่เรื่องยาก ไม่ใช่เรื่อง 'เป็นไปไม่ได้' เพราะผมรู้แล้วว่าเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ไม่มีอยู่จริง ทุกเรื่องเป็นไปได้เพียงแค่ 'ยัง' ทำไม่ได้เท่านั้น เหมือนการอ่านหนังสือที่ยากเย็นแสนเข็น กลายเป็นเรื่องง่ายและสนุกสนาน ยินยอมพร้อมใจที่จะทำทุกครั้งที่จะหยิบมันขึ้นมาอ่าน การเขียนให้เป็นงานเขียน ให้สื่ออารมณ์ความคิด ความฝันพิชิต 76 จังหวัด ยังคงยากอยู่จริง แต่ทุกเรื่องต้องมีทางออกของตัวมันเอง เมื่อเราพบทางออกของมัน เรื่องก็จะง่ายขึ้น และจะขึ้นอีกเมื่อเราเริ่มเดินออกมา
คราวนี้ผมจะเริ่มเดินอีกครั้ง ทำเรื่องยากๆให้ง่ายขึ้น เดินใกล้ความฝันไปอีกก้าว
...............................................................................
ตอบนิดหน่อย
- แม่ปันแม่ปราย เจอกันนครับ เดี๋ยวรอดู
- คุณกิ้ว ก็ยากอยู่นะ เรื่องหาแสงหาแดดเนี่ย ไว้จะลองดูครับ
- น้องณี สองเรื่องเลย สั่งได้จร้าาาาาาา แต่ไม่รู้จะทำเมื่อไหร่ต้องย้ำบ่อยๆ เรื่องออกรอบ เดือนหน้ามีโปรแกรมดรีมเวิลด์นะ ประมาณ 15 ถ้าสนใจก็ว่ามา
........................................................................
#1 By จอมบงการ on 2009-10-27 16:01